การพัฒนาคืนสู่ความสมดุลอย่างยั่งยืน : มิติการพัฒนาและความสัมพันธ์เชิงพื้นที่

โดย คุณศักดา อารุณี นักวิชาการผังเมือง

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักแล้วว่า ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิอากาศ (Climate change) ได้ส่งผลกระทบต่อทั้งโลกทำให้ภาวะสมดุลของโลกเปลี่ยนไป มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล ปริมาณการกระจายของฝนระดับน้ำทะเลและมหาสมุทรสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำทะเลขยายตัวเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น เกิดพายุและภัยพิบัติที่รุนแรงและมีความถี่ขึ้นซึ่งผลกระทบมีต่อด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม สุขอนามัยประชาชนโดยตรง การเปลี่ยนถิ่นที่อยู่ของสัตว์น้ำในทะเล ความเสี่ยงสูงและการสูญพันธ์ของพืชและสัตว์ท้องถิ่น (flora and fauna) การเกิดกรดในมหาสมุทร (ocean acidification) ปะการังฟอกสีที่กระทบต่อระบบห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ การมีพาหะนำโรคถี่ขึ้น   และรุนแรงขึ้น มลพิษในอากาศ (pm. 2.5) ในเขตเมืองรุนแรงขึ้น มลพิษทางน้ำและทะเลมหาสมุทรจากขยะ และมลพิษไมโครพลาสติกต่อห่วงโซ่อาหารในทะเลโดยจากการวิจัยล่าสุดพบว่า เชือกผูกเรือ และอวนลากประมงจากวัสดุโพลิเมอร์ คือตัวการปล่อยไมโครพลาสติกสู่ทะเลแหล่งใหญ่ไม่แพ้ขยะ ซึ่งทั้งหมดปลาและสัตว์น้ำจะกินเข้าไปและเมื่อมนุษย์จับปลาบริโภคก็ถูกส่งต่อยังร่างกายมนุษย์อันก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ส่วนในระดับพื้นที่เมืองและชุมชนการขยายตัวทางกายภาพของเมืองและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยขาดมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพทำให้เมืองใหญ่ ๆ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถกำหนดขอบเขตทางกายภาพและการปกครองได้ (conurbation) เช่น กรณีการขยายตัวต่อเนื่องของเขตมหานครกรุงเทพและจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ จนเกิดลักษณะการแผ่ขยายเมืองอย่างไร้ทิศทาง (Urban sprawl) โดยขาดความตระหนักความรู้ และการให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการวางผัง และการปรับปรุงผังเมือง โดยเฉพาะการใช้ที่ดินเพื่อให้เกิด conforming use เกิดศักยภาพสูงสุดลดปัญหาและข้อจำกัดในการพัฒนาเชิงพื้นที่ (จากการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง Natural feature กับ Human made Land use ในลักษณะการวิเคราะห์ Spatial Interaction) เข่น พื้นที่เมืองขยายไปในพื้นที่ที่มี Natural Feature ไม่เหมาะสม ในการตั้งถิ่นฐาน เช่น พื้นที่ราบน้ำท่วมถึง  พื้นที่สูงชัน เขตรอยเลื่อน พื้นที่ป่าเขตฝน ป่าต้นน้ำ ป่าไม้ ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Site) พื้นที่ชายฝั่งทะเล หรือการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใด ๆ ขวางทางน้ำ และระบบระบายน้ำโดยธรรมชาติ เป็นต้น

        ผลกระทบและสาเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งหมดข้างต้น ล้วนมาจากพฤติกรรมและกิจกรรมของมนุษย์ หมายความว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่พฤติกรรมและกิจกรรมบนพื้นที่ของมนุษย์เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกเร็วขึ้น คือ การใช้พลังงานฟอสซิล และการใช้ที่ดินของมนุษย์ (ตัดไม้ทำลายป่า ทำการเกษตร ขุดเหมือง ขยายเหมือง ที่ทำให้มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (Greenhouse gas) หรือบางครั้งเรียกย่อ ๆ ว่า GHG…dark radiation มากเกินความสมดุลทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก Greenhouse effect ที่บรรยากาศโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นๆ ถึงระดับเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตดังที่เป็นอยู่กับ บรรยากาศของดาวศุกร์ที่บรรยากาศประกอบด้วย CO2  มากถึงร้อยละ 96.51 มีผลให้อุณหภูมิพื้นผิวร้อนถึง 467 °C  (872 °F) ) ต่อไปนี้เป็นหนึ่งของตัวอย่างที่เกิด เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ทำให้ผลกระทบเกิดอย่างร้ายแรงโดยคาดไม่ถึง (Pandemonium) อันเกิดจากโรคระบาดกล่าวคือ การระบาดของโรคไข้สมองอักเสบ นิปาห์ (Nipah virus encephalitis) ซึ่งแพร่จากสัตว์สู่คนเกิดระบาดในปี พ.ศ. 2564 แต่ความเป็นจริงโรคนี้ได้ระบาดครั้งแรกในมาเลเซียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 – 2542 และมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 41 ซึ่งถือเป็นอัตราการตายที่สูงมาก จึงมีผู้เข้าใจว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ที่จะมาพร้อม Covid 19 ผู้เขียนบทความได้เคยสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่การระบาดปี พ.ศ. 2541 แพทย์ท่านระบุว่าเชื้อโรคเหล่านี้มีกำเนิดมาพร้อมโลก และ มีชีวิตถึงแสนปี และอยู่ในพื้นที่ไม่เคยถูกบุกรุกมาก่อน เช่น เขตป่า ป่ารกชัฏ เมื่อมนุษย์บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อ ทำการเกษตรเชิงอุตสาหกรรมในกรณีนี้ คือ การทำฟาร์มปศุสัตว์ (สุกร) ขนาดใหญ่หลายฟาร์มในเขตป่าอีโปร์ประเทศมาเลเซีย ทำให้เชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งสงบนิ่งได้แพร่เชื้อออกมาโดยผ่านทางค้างคาวผลไม้ ที่อยู่ในเขตป่า ที่ถูกบุกรุกสู่ฟาร์มปศุสัตว์และแพร่สู่มนุษย์ พื้นที่เสี่ยง คือ ฟาร์มสุกรที่อยู่ใกล้ถ้ำค้างคาว หรือมีรัศมีที่ค้างคาวบินหากิน หรือใกล้สวนผลไม้ ฟาร์มสุกรที่มีไม้ผล ดงไม้ ที่รกชัฏ หรือเป็นบริเวณป่า ผลกระทบของการระบาดครั้งนี้ทำให้มาเลเซียต้องฆ่าสุกรมากกว่าล้านตัวและปิดฟาร์มเป็นพัน ๆ แห่ง กิจกรรมการใช้ที่ดินที่เป็นตัวเร่งดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์หลายท่าน เช่น วิลเลียม รัตติแมน เชื่อว่าอิทธิพลของมนุษย์ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงเริ่มตั้งแต่ 8,000 ปีก่อน โดยเริ่มด้วยการเปิดพื้นที่ป่า เพื่อทำกินทางเกษตรด้วยชลประทานเพื่อการปลูกข้าวในทวีปเอเชีย ทำให้โลกใช้เวลาเร็วกว่าที่คาดในการไปสู่จุดกู่ไม่กลับ (Tipping point) ที่เสริมให้กระบวนการเป็นไปตามปกติของธรรมชาติ ถึงจุดไม่สามารถดึงกลับได้อีก โดยเชื่อว่าช่วงเวลากู่ไม่กลับดังกล่าวได้มาถึงแล้วในขณะนี้

        ดังนั้น สิ่งที่มนุษย์ต้องหันกลับมาทบทวน คือ การกำหนด Mindset ใหม่ คือ กรอบความคิดความเชื่อ หรือทัศนคติที่ชี้นำพฤติกรรมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อการคืนสู่ความสมดุลให้มากที่สุดในการวางแผน และผังทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับพื้นที่เมืองชุมชน และพื้นที่เฉพาะ จนถึงการพัฒนาเมือง  (Urban Development)

        จากแผนภูมิที่ 1 จะเห็นถึงกระบวนการคิดลำดับที่ควรจะเป็นตั้งแต่นิยามการพัฒนา จนถึงเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเชิงพื้นที่ และสมการการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อคืนความสมดุลให้กลับมา ถ้าการพัฒนาคืน สู่ความสมดุล (Rebalancing Capacity) เปรียบเหมืองห้องทั้ง 4 ห้อง 4 มิติ ตาม แผนภูมิที่ 2 การพัฒนาเชิงพื้นที่ที่เน้นหรือให้ความสำคัญเพียงห้องใดห้องหนึ่ง หรือมิติใดมิติหนึ่งมากเกินไป การขาดความสมดุลและผลกระทบในทางลบจะเกิดขึ้นตามมา ดังแผนภูมิที่ 3 พื้นที่ทั้ง 4 ห้อง หรือ 4 มิติ ดังกล่าวจะบิดเบี้ยวไม่สมมาตร (symmetry or equality) เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคืนสู่ความสมดุลที่สำคัญ คือ การสร้างความคิด (Mindset) การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable) ถ้าการพัฒนาอย่างยั่งยืน คือ “การพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ส่งผลทำให้การตอบสนองความต้องการของคนรุ่นต่อไปต้องลดถอยลงหรือถูกบั่นทอนลง”

สมการการพัฒนาเชิงพื้นที่ คือ

การพัฒนาเชิงพื้นที่ (SD) = f (P+M)

SD = Spatial Development

P = Planning (การวางแผนและผัง)

M = Management (การบริหารและการจัดการอย่างมีระบบ)

ดังนั้น  การเสริมสร้างปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุลจะต้องประกอบด้วย   มิติต่าง ๆ 5 มิติ ดังนี้

1. ต้องพัฒนาเพื่อสร้างดุลยภาพอย่างรอบด้าน (Holistic Balance) คือ ตาราง 4 ช่องในแผนภูมิที่ 2 ต้องสมดุลสมมาตร (Symmetry or Equality) สภาวะที่การเจริญเติบโตของภาคใดภาคหนึ่งหรือมิติใดมิติหนึ่งไม่ไปบั่นทอนมิติอื่น

2. คุณภาพชีวิต (Quality of Life) คือ ระดับความจำเป็นขั้นพื้นฐานและระดับความสามารถที่จะยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น

3. การอนุรักษ์ต้องควบคู่กับการใช้อรรถประโยชน์ (Conservation with Utilization) คือ การใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้ได้ประโยชน์สูงสุดต้องควบคู่กับการอนุรักษ์ นั่น คือ การพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพย่อมเอื้อต่อหลักการข้อนี้

4. การพึ่งพาตัวเอง (Self – Dependency) พยายามลดสัดส่วนการพึ่งพาภายนอกทำให้มีความพอเพียง (Sufficiency) ต่อการหล่อเลี้ยงชุมชน โดยมิได้หมายความถึงการทำให้ชุมชนปิดตัวเองจากภายนอก

5. การคำนึงถึงคนในรุ่นต่อไป (Next Generation) ความเจริญจะต้องไม่เกิดกับคนรุ่นปัจจุบันเท่านั้น แต่จะต้องคำนึงด้วยว่าความเจริญนั้นจะส่งผลเสียต่อคนรุ่นต่อไปหรือไม่

มิติทั้ง 5 ข้างต้นนี้จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญหรือตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ผู้วางผังจะต้องนำไปประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ บทบาทของหน่วยงานการวางผังเป็นกลไกสำคัญ นั่นคือ บทบาทที่สำคัญของหน่วยงานการผังเมือง คือ การทำงานทั้งในเชิงรุก เชิงรับ และเชิงป้องกัน (App = Active/ Passive/ Prevention) โดยใช้พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 เป็นกลไกและเครื่องมือ คือ

เชิงรุก คือ การก้าวข้ามการวางผังเมืองเน้นการพัฒนาเมืองในรูปแบบต่าง ๆ Urban renewal / Urban Rehabilitation / Urban rearrangement / Urban conservation / New Town / TOD เป็นต้นและการออกแบบเมือง Urban Design ฯลฯ

เชิงรับ คือ การใช้ประโยชน์จากธรรมนูญการผังเมืองตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยธรรมนูญจะเป็นกรอบ หลักการและหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการกำหนดการวางแผน  วางผังและการพัฒนาเมือง เพราะธรรมนูญการผังเมืองถือเป็นหลักการและกรอบที่สำคัญในการวางผังเมืองและการพัฒนาเมือง (ธรรมนูญการผังเมืองเป็นบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยมีที่มาจากมิติ 3 ด้านที่บูรณการกัน คือ มิติจากแผนระดับชาติ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 /  มิติจากหลักการหรือปรัชญาของศาสตร์การพัฒนาเชิงพื้นที่/ มิติจากการเปลี่ยนแปลงและข้อผูกพันระดับโลกาภิวัฒน์) และการปรับปรุงผังเมืองด้วยมาตรการและมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพของระบบการประเมินผล (Monitoring and Evaluation) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งของกระบวนการวางแผนมาเป็นกลไกสำคัญ การจัดการเชิงรับ รวมถึงการประชาสัมพันธ์งานผังเมือง การทำความเข้าใจที่ถูกต้องทางผังเมืองและการสร้างภาพลักษณ์การผังเมืองต่อสาธารณะ

เชิงป้องกัน คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ในทุกระดับ ตั้งแต่บุคลากรด้านการวางผังของกรมโยธาธิการและผังเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทัศนคติที่ดีต่อการผังเมือง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับของานผังเมือง และการพัฒนาเมือง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นี้เป็นการลงทุนที่ให้ผลระยะยาวในลักษณะ Imprinting ที่มีผลต่อการปรับปรุงพฤติกรรม

คำสำคัญ : คำสำคัญในบทความนี้เพื่อผู้ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

(Keywords) Climate Change,  Flora and Fauna,   Ocean Acidification,  Conurbation,  Urban Sprawl,  Conforming Land Use, Natural feature,  Spatial interaction,  Ramsar site, Greenhouse gas, Greenhouse effect, Nipah virus, Mindset, Urban Development, Sustainable development, Urban renewal, Urban rehabilitation, Urban redevelopment, Urban rearrangement, Urban Conservetion, New Town, TOD  

Towards rebalancing for sustainable development : spatial development and interaction dimension

Today, scientists, researchers and people realize the impacts of climate change on imbalance in the Earth’s system, resulting in seasonal change, changes in distribution and intensity of precipitation, rapid retreat of glaciers, sea level rise as well as a surge in natural disasters. All of these impacts directly affect not only human life and activities in terms of physical, economic, society and sanitation areas, but also animal life in terms of migration of maritime species, risk of extinction of local flora and fauna, endangered maritime life under increasing ocean acidification, coral bleaching and marine pollution.  Recently, the research obviously indicate dragging seine , string fishnet for fishery industrial from polymeric materials are the vast and equal to refuse sources release microplastics contaminating marine ecology and food chain to human beings.

In cities and communities, without ineffective enforcement and control,  urbanization and land use in Thailand has been expanding limitlessly and directionless. Thus, the urban conurbation remains prolonged. One of explicit examples is the case of Bangkok Metropolitan area and vicinity. The spread of urbanization in Bangkok and vicinity has been categorized as conurbation and urban sprawl. This reckless urban development is caused by lack of awareness of the importance of urban planning process and development in land use zoning based on “conforming use” towards the most effective use of land by reducing     the limits to area development. In order to achieve “conforming use and its

effective following result”, the Spatial Development model should be adopted to redesign the area development as it properly takes into consideration both nature feature and human made land use. For example, under the Spatial Development model, the areas like floodplain, high elevation areas, fault line zones, rainforest watershed forest, mangroves , Ramsar sites, coastal area  and any construction areas in which encroach and barricade a waterway or natural drainage system should not be considered as human habitats.

A forementioned causes and effects are attributable to human behaviors and activities. This means that human behaviors and activities have both speeded up and exacerbated the ongoing changes in the Earth- specially consumption of fossil fuel, reckless exploitation of land use like deforestation and environmentally-unfriendly economic and agriculture activities, resulting in the greenhouse gas and greenhouse effects and rise in global temperature.  One of the examples to prove that human activity is the main cause of environment degradation is the Nipah Virus encephalitis pandemic in 2021. But indeed, this pandemic spread since 1998-1999 in Malaysia. The death rate was highly  41 percentage. Due to the high mortality rate for those infected the Nipah Virus encephalitis, this led to a misunderstanding of the incidence of this emerging disease outbreak in 2021 occurring coincidentally as the Covid-19 pandemic.  But actually, the Nipah Virus encephalitis had existed in  the nature and remained suppressed until human activities such as livestock farming ( swine farm ) in forest areas encouraged more physical contact between human, animals and the existing viruses. This encouraged virus transmitting between pigs and fruit- bats and finally to human in Malaysia. Scientists believe that human activities have

affected environment 8,000 years ago by converting forest into agriculture. Since then, the world has been approaching the stage of “Tipping point”, representing abrupt and irreversible changes in the world.

          Therefore, the top priority for human is to review and to develop new mindset focusing on rebalancing in strategy planning and urban planning at all dimensions, ranging from policy, city and particular areas to urban development.

          In diagram 1 : It shows the process of spatial development, ranging from determining the definition of development , the ultimate goal of spatial development to spatial development model towards rebalancing

           In diagram 2 :  It illustrates the 4 factors which should be equally considered in order to achieve Rebalancing Capacity. If either of 4 factors greatly outweighs the others, the imbalance of spatial development or negative impact will occur.

          In diagram 3 :  The asymmetrical balance in one big square shows the scenario of the imbalance of spatial development in all 4 factors.

          The key to rebalancing in spatial development is to develop a mindset focusing on sustainable development. Sustainable Development is a concept which is aimed to meet the demand of current generation while not ignoring the demand / need of the new generation.

Spatial development model is

          Spatial Development (SD) = f (P+M)

          SD = Spatial Development

          P = Planning

          M = Management

Thus, the factors which encourage sustainable development and rebalancing are

1.To pursue Holistic balance in all 4 factors in diagram2. So, it can be a symmetrical balance in one big square. All 4 factors are equally important for area development.

2.To pursue Quality of Life both basic needs and ability to enhance life quality.

3.To pursue a balance between “conservation” and “utilization”. In this regard, introducing and adopting technology effectively can help to achieve  the balance.

4.To pursue Self-Dependency. Area development in terms of self-dependency is to encourage the community to live on its own at the sufficiency level- lower degree of dependence on external inputs.

5.To think for Next Generation. Prosperity must not only be the future for the current generation but also next generation. Also, pros & cons of prosperity are needed to be considered for them.

Five dimensions are essential elements or KPI indicators that urban planners must adopt in area planning when it comes to sustainable development. Moreover, the role of the agencies responsible for urban planning are important as it can play an active, passive and preventive role in urban planning under the Town and Country Planning Act, BE 2562 (2019).

Active role :  to step forward across urban planning more focus on a variety of urban development schemes such as Urban Renewal, Urban Rehabilitation, Urban Rearrangement, Urban Conservation, NewTown, TOD and Urban Design. ect.

Passive role:  follow the beneficially made use of urban constitution / urban charter according to Town and Country Planning Act , BE 2562 the principles and measures under the Town and Country  Planning Act, BE 2562 (2019). This urban constitution is the legal framework that provides the principles and criteria as guidelines of urban planning and urban development. Furthermore, it gives an importance on 3 issues which are national policy planning,  spatial planning science. change and globalization and commitment . Improvement in urban planning by monitoring and evaluation apart from 3 issues, the law encourages promoting urban planning-related projects and accurate understanding and good image ( create good corporate image building ) of urban planning among the publics.

Preventive role: develop human resources at every level, ranging from upskilling urban planning officers at Department of Public Works and Town & Country Planning and local government agencies to raising public awareness of urban planning in terms of academics and promoting positive attitude on urban planning among people and civil society. All of these will help build the networks of cooperation on urban planning and urban development at every level. Human resource development is long-term “imprinting” investment which will ensure the positive change in human behavior.

——————————————————————————————————————–

Key Words : for person who interested in further studying

Climate Change, Flora and Fauna, Ocean Acidification, Conurbation, Urban Sprawl, Conforming Land Use, Natural Feature, Spatial Interaction, Ramsar Site, Greenhouse Gas, Greenhouse Effect, Nipah virus, Mindset, Urban Development, Sustainable Development, Urban Renewal, Urban rehabilitation, Urban Redevelopment, Urban Rearrangement, Urban Conservation, NewTown, TOD.

ขอขอบคุณบทความโดย คุณศักดา อารุณี นักวิชาการผังเมือง