บทความทางวิชาการ : การวางผังนโยบายระดับภาค

โดย สำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง   

          พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดรูปแบบการวางและจัดทำผังเมืองทุกระดับ พร้อมทั้งบริหารจัดการผังเมืองให้มีรูปแบบการดำเนินการและการบริหารจัดการที่เหมาะสม สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการวางผังเมืองในทุกระดับ ประกอบด้วย ผังนโยบายด้านการพัฒนาพื้นที่และผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งในระดับประเทศ ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับเมือง และระดับชนบท ตลอดจนการกระจายอำนาจในการวางและจัดทำผังเมือง ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผังนโยบายระดับภาค (Regional Plan) มีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านผังเมืองให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

          การวางผังนโยบายระดับภาค เป็นการกำหนดภาพรวมการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อชี้นำในการพัฒนาในระดับกลุ่มจังหวัดและจังหวัดในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ป่าไม้ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ผังนโยบายระดับภาคมีความสัมพันธ์กับผังนโยบายระดับประเทศ โดยถ่ายทอดนโยบายการพัฒนาภาพรวมจากประเทศลงสู่พื้นที่ภาค เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

          ผังนโยบายระดับภาค มีองค์ประกอบสำคัญที่ต้องจัดทำประกอบด้วย วัตถุประสงค์ในการวางผังแผนที่แสดงเขตผังนโยบายระดับภาค แผนที่แผนผังที่ทำขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือหลายฉบับ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผังการตั้งถิ่นฐานและระบบชุมชน ผังการคมนาคมขนส่ง ผังโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ผังการท่องเที่ยว ผังการพัฒนาเมืองและชนบท ผังพื้นที่พิเศษ ผังศิลปวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ผังทรัพยากรธรรมชาติ ผังแสดงผังน้ำ ผังการเชื่อมโยงภูมิภาค และผังอื่นๆ ตามความจำเป็น นอกจากนี้ ต้องมีนโยบาย มาตรการ และวิธีการดำเนินการ เพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของการวางผังนโยบายระดับภาค พร้อมกับการบริหารและการพัฒนาเมือง วิธีปฏิบัติ และความร่วมมือของหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการจัดทำผังนโยบายระดับภาคแล้วเสร็จ จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้เป็นไปตามผังนโยบายดังกล่าว

          กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังดำเนินการวางผังนโยบายระดับภาค 6 ภาค ประกอบด้วย ภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งหลักการในการกำหนดนโยบายต่างๆ ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการกระจายความเจริญจากกรุงเทพมหานครสู่ภูมิภาคต่างๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง สนับสนุนการพัฒนาเมืองศูนย์กลางภูมิภาค เมืองหลักและเมืองรอง อาทิเช่น เมืองเชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต สงขลา เมืองหาดใหญ่ และเมืองในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน

          ในกระบวนการวางและจัดทำผังนโยบายระดับภาค ได้คำนึงถึงปัจจัยภายนอกและภายใน ที่เกี่ยวข้องกับบริบทการพัฒนาพื้นที่ในแต่ละภาค มากำหนดทิศทางและแนวโน้มในการพัฒนาภาคให้เป็นไปอย่างเหมาะสม จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อบริบทการพัฒนาพื้นที่ของประเทศไทยในหลายมิติ อาทิเช่น ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวการสาธารณสุข และด้านการคมนาคมขนส่ง ดั้งนั้น ในการวางผังนโยบายระดับภาค ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว มากำหนดเป็นกรอบแนวคิดสำหรับการพัฒนาเมืองและชนบท โดยมีแนวทางปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตในลักษณะความปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) และการปรับตัวของเมืองให้มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับกับสถานการณ์ต่างๆ (Resilience) ดังนี้   

          ภาคกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เป็นมหานครขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เนื่องจากเป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคต่างๆ จำเป็นต้องมีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการสร้างงานในเมืองหลักต่างๆ  พร้อมทั้งมีการปรับปรุงเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความน่าอยู่ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะมากขึ้น อาทิเช่น การสร้างถนนที่เป็นมิตรกับคนเดินบนทางเท้า การสร้างช่องทางถนนสำหรับจักรยาน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง เป็นต้น          

          ภาคตะวันออก เป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญด้านการค้า การผลิต และการลงทุนอุตสาหกรรมของอาเซียน รวมทั้งการท่องเที่ยว การเกษตร รวมถึงการอยู่อาศัยชั้นดี มีโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรองรับโครงการพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีเมืองฉะเชิงเทรา ชลบุรี และเมืองระยอง เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโครงการ ดังนั้น แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น เกษตรมูลค่าสูง การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การพัฒนาพื้นที่ประตูการค้า การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงเรื่องการพัฒนาด้านการแพทย์แบบครบวงจร  

          ภาคกลาง มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อาทิเช่น ทรัพยากรดินป่าไม้ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยมีเมืองพระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และเมืองหัวหิน เป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของภาค ซึ่งแนวทางการพัฒนาควรเน้นเรื่องความสมดุลของการอนุรักษ์และพัฒนา ภายใต้แนวคิดวิถีชีวิตยั่งยืน โดยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างงาน และการกระจายรายได้สู่ชุมชน รวมถึงการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          ภาคเหนือ มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และมีทุนทางสังคม และวัฒนธรรมประเพณีที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น ดังนั้น แนวการพัฒนาเมืองควรมุ่งเน้นความสมดุล ความยั่งยืน และการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น การสร้างเมืองสีเขียว การฟื้นฟูทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่ลดความแออัด มีการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ เพื่อการประหยัดพลังงานและการรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม

          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบทบาทหน้าที่ของเมืองอยู่หลายด้าน อาทิเช่น เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ เมืองอุตสาหกรรม เมืองเกษตรกรรม เมืองอยู่อาศัย เมืองท่องเที่ยว เมืองการศึกษา และเมืองชายแดน เป็นต้น ทั้งนี้ การกระจายความเจริญสู่ภาคชนบท ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นแนวทางการพัฒนาเมืองที่สำคัญ โดยการสนับสนุนโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรร่วมกัน อาทิเช่น การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ การให้บริการทางด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างทั่วถึง สามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มจากการผลิต การแปรรูป และการสร้างตราสินค้า ในรูปแบบของเกษตรมูลค่าสูง เกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming) พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมโยงการพัฒนาเมืองและชนบท

          ภาคใต้ มีบทบาทที่โดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวนานาชาติทางทะเล สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจด้านการค้า และการบริการให้กับประเทศในมูลค่าสูง ดังนั้น การพัฒนาเมืองควรคำนึงถึงเรื่องมาตรการพื้นฟูเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ให้นำไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) โดยสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย มีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และการยกระดับระบบสาธารณสุข พร้อมกับการเยียวยาและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงชีวภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (BCG Tourism) การพัฒนาปรับปรุงทักษะใหม่ๆ ให้กับแรงงาน ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า

          ผังนโยบายระดับภาค เป็นกรอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด ประสานกำกับการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เชิงกายภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ผังนโยบายระดับประเทศ จึงมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติให้เป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน