บทความทางวิชาการ : เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

โดย สำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง   

โครงการพัฒนาพื้นที่ EEC กับภารกิจกรมโยธาธิการและผังเมือง | Prop2Morrow บ้าน  คอนโด ข่าวอสังหาฯ

         โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นแผนยุทธศาสตร์ ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือที่เรียกว่า Eastern Seaboard ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เนื่องจากเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เป็นประตูการค้า การท่องเที่ยว การขนส่ง และเป็นแกนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ เชื่อมโยงอาเซียน จีน และอินเดีย เพื่อยกระดับให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมรูปแบบ Cluster และอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ และศูนย์กลางการเงิน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ให้เชื่อมโยงทั้งระบบ ส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวที่มีแนวคิดสร้างสรรและนวัตกรรม พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากร ด้านการศึกษา วิจัย และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการแข่งขันของประเทศให้มีความพร้อมขับเคลื่อนไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งมีผังเมืองเป็นเครื่องมือ ในการกำหนดกรอบการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยแผนผังการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ประกอบด้วย แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค (ครอบคลุม 8 ระบบ) ได้แก่ 1) แผนผังระบบสาธารณูปโภค ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบการควบคุมและขจัดมลภาวะ 2) แผนผังระบบคมนาคมและขนส่ง 3) แผนผังระบบการตั้งถิ่นฐานและภูมิสังคม 4) แผนผังระบบบริหารจัดการน้ำ 5) แผนผังระบบป้องกันอุบัติภัย และ 6) มาตรการระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ที่เหมาะสมแก่การประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และการประกอบกิจการ  

          แผนผังการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ผังเมืองรวมอีอีซี ได้กำหนดกรอบการพัฒนาครอบคลุมในหลายมิติ ตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่อีอีซีดังกล่าวข้างต้น โดยมุ่งเน้นการออกแบบเมืองให้สอดคล้องกับ Trend รูปแบบการใช้ชีวิตของมนุษย์ในอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีจะมีอิทธิพลอย่างมากในสังคม ตั้งแต่เรื่องธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ การส่งเสริมให้เกิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดย 3 จังหวัดของพื้นที่อีอีซี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นเเบบ ดังนี้

          ฉะเชิงเทรา เป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดี ศูนย์กลางโลจิสติกส์ (logistics hub) เชื่อมโยงภาคตะวันออกกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ลาว และจีน

          ชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการศึกษา เป็นศูนย์กลางทางการเงิน และการวิจัยและพัฒนา โดยมีเมืองพัทยา เป็น 1 ใน 5 MICE City ของประเทศไทย ปรับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้เป็น “New Pattaya” โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Airport City) เพื่อเป็นสนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และธุรกิจต่อเนื่อง รองรับการขยายตัวของพื้นที่ EEC และเชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารกับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ และเป็น Aviation Hub ที่สำคัญในภูมิภาค

          ระยอง เป็นเมืองนวัตกรรม การวิจัย และพัฒนา และการท่องเที่ยวเกษตร โดยมีโครงการเมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ นำร่องเมืองเป็นอัจฉริยะในอนาคต โครงการเมืองอัจฉริยะบ้านฉาง ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงบ้านฉาง (Innovation Technology Park) บ้านฉางสมาร์ทซิตี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5G

          การวางระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่ง เชื่อมโยงต่อเนื่องหลายรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ และระบบโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ส่งผลให้พื้นที่อีอีซี มีเศรษฐกิจในชุมชนขยายตัวเพิ่มขึ้น มีการเคลื่อนย้ายคนและสินค้าได้อย่างรวดเร็ว มูลค่าที่ดินรอบสถานีรถไฟความเร็วสูงเพิ่มสูงขึ้น และสามารถพัฒนาเป็นเมืองใหม่ และเกิดการกระจายการพัฒนาสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้นเพื่อรองรับรัศมีการให้บริการ ลดการกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่

          การวางระบบเครือข่ายดิจิทัลเพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับความต้องการของคนทุกกลุ่ม รวมทั้งมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี

          จากภาวะปัจจุบันที่เกิดวิกฤตโควิด – 19 ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ระบบสาธารณสุข และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เช่น การต้องเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing ) การเรียนออนไลน์ การทำงานแบบ Work From Home หรือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) เข้ามาใช้ในส่วนของภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และระบบสาธารณสุข เป็นต้น ดังนั้นมนุษย์จึงต้องปรับตัวเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัสนี้ โดยการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ หรือที่เรียกกันว่า New Normal ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตมากขึ้น รวมทั้งการออกแบบเมือง และระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ซึ่งผังเมืองรวมอีอีซี ได้ออกแบบเมืองที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้มีการศึกษาและการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการพัฒนาเมือง มีการวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คำนึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สุขภาวะของประชาชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน